ใช้ Data อย่างมีกลยุทธ์ ด้วยการตลาดดิจิทัลยุคใหม่ เข้าถึงใจผู้บริโภค

กลยุทธ์ทางการตลาดดิจิทัล

สรุป Key Takeaway

✨Data อย่างเดียวไม่พอ ต้องแปลงเป็น Insight ได้ด้วย

ความท้าทายของการตลาดดิจิทัลวันนี้ไม่ใช่การมีข้อมูลเยอะ แต่คือการตีความ Data ให้เข้าใจวิถีชีวิต ความรู้สึก และแรงจูงใจของผู้บริโภค เพื่อสร้างการสื่อสารที่ถึงใจคนฟัง

✨AI คือสมองที่ช่วยคิดเป็นระบบ แต่มนุษย์คือคนกำหนดทิศทาง

AI ช่วยวิเคราะห์ Pattern คัด Insight และลดอคติ (Bias) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ การตั้งคำถาม และการเลือกเล่าเรื่อง ยังคงต้องมาจากมันสมองมนุษย์

✨กลยุทธ์จะเวิร์กได้ ต้องเล่าผ่าน Story + Content + Media ที่ “เหมาะสม”

Insight เดียวสามารถเล่าได้หลายแบบ ผ่าน Personalized Content และการเลือกช่องทาง Media จากพฤติกรรมจริง เพื่อสร้าง Impact ระยะยาว ไม่ใช่แค่ Reach หรือ Conversion ระยะสั้น


ในยุคที่ทุกแบรนด์ต่างบอกว่า “Data คือหัวใจของการตลาด” คำถามสำคัญอาจไม่ใช่ เรามีข้อมูลมากแค่ไหน แต่เราจะใช้ข้อมูลที่มีในมือ ตีความเพื่อให้เกิดเป็นภาพจำได้ยังไง ซึ่งปัจจุบันจะเห็นได้ว่าหลาย ๆ แบรนด์ลงทุนไปกับเครื่องมือการตลาดดิจิทัลอย่างจริงจัง มีทั้ง Dashboard, AI รวมถึงเทคโนโลยี MarTech Stack ครบ แต่บางครั้งผลลัพธ์ที่ได้กลับเป็นเพียงแค่แคมเปญที่ “ดูถูกต้อง” แต่ “ไม่ถูกจดจำ” และไม่สร้างความผูกพันระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภคในระยะยาว

นี่คือโจทย์ใหญ่ของดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งในวันนี้ และเป็นที่มาของแนวคิด Strategic Marketing Flow: From Data to Human Connection ว่าในฐานะนักการตลาดแล้ว เราจะหยิบข้อมูล และตัวเลขมาตีเป็นโจทย์เพื่อทำดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งได้อย่างไรบ้าง? มาดูกันเลย

การตลาดดิจิทัล หมายถึงอะไรในยุคนี้?

การตลาดดิจิทัล หมายถึง การใช้ช่องทางดิจิทัลต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Online Media, Social Platform, Search, Short และ Long Form Content รวมถึง Data เพื่อสื่อสารกับผู้บริโภค และสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจ แต่ในความเป็นจริงของโลกการตลาดยุคปัจจุบัน การตลาดดิจิทัลไม่ได้หยุดอยู่แค่ การสื่อสารให้ถูกที่ถูกเวลา อีกต่อไป  เพราะแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จในวันนี้ คือแบรนด์ที่สามารถใช้สื่อดิจิทัลเป็นเครื่องมือในการเข้าถึงจิตใจผู้บริโภคได้อย่างรอบด้าน ตั้งแต่…

  1. ความเข้าใจในพฤติกรรมการใช้ชีวิต
  2. ความเข้าใจบริบทแวดล้อม
  3. การเข้าถึงความรู้สึก และสร้างแรงจูงใจที่อยู่เบื้องหลังการตัดสินใจซื้อ 

ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่สามารถได้มาจากตัวเลขหรือข้อมูลเชิงปริมาณเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยการตีความจาก Insight ความเข้าใจในพฤติกรรม และความต้องการที่ตอบโจทย์คนได้อย่างแท้จริง


กลยุทธ์ทางการตลาดดิจิทัลแบบครบวงจร

Framework การตลาดดิจิทัลยุคใหม่1. 3C จุดเริ่มต้นของกลยุทธ์ทางการตลาดดิจิทัล

จากภาพด้านบน ซ้ายสุดของภาพคือ 3C Framework ซึ่งเป็นรากฐานของการวางกลยุทธ์ทางการตลาดที่นักการตลาดคุ้นเคยกันดี ประกอบด้วย Competitors, Customers และ Competencies ซึ่งในการทำงานจริง หลายแบรนด์มักให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์คู่แข่ง และจุดแข็งของตัวเองมากเป็นพิเศษ ในขณะที่ข้อมูลในฝั่ง Customer บางครั้งจำกัดอยู่เพียง Demographic หรือพฤติกรรมพื้นฐานเท่านั้น ส่งผลให้กลยุทธ์ที่ออกมาอาจดูถูกต้องตามหลัก แต่ยังไม่สามารถเชื่อมโยงกับผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง 

องค์ประกอบของ 3C ที่ถูกนำมาวิเคราะห์ใหม่

  1. Competitors
    วิเคราะห์ทิศทางการขยับของคู่แข่ง รูปแบบการสื่อสาร และพื้นที่การแข่งขัน เพื่อมองหาโอกาส และช่องว่างที่แบรนด์สามารถสร้างความแตกต่างได้จริง
  2. Customers
    ไม่หยุดแค่ข้อมูลพื้นฐาน แต่ลงลึกถึงพฤติกรรม บริบทการใช้ชีวิต ความต้องการที่ซ่อนอยู่ และแรงจูงใจที่อยู่เบื้องหลังการตัดสินใจ เพื่อเข้าใจผู้บริโภคในฐานะมนุษย์ ไม่ใช่แค่กลุ่มเป้าหมาย
  3. Competencies
    หาจุดแข็ง ความเชี่ยวชาญ และศักยภาพของแบรนด์ที่โดดเด่นที่สุด เพื่อกำหนดบทบาทที่ชัดเจน และมีความสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค

2. จากข้อมูลทั่วไป สู่ Insight ที่ใช้งานได้จริง

สิ่งถัดมาคือ การรวบรวม และจัดการข้อมูลจากหลากหลายแหล่ง ไม่ว่าจะเป็น Social Listening, การวิเคราะห์ความเคลื่อนไหวของคู่แข่งและสื่อ, พฤติกรรมผู้บริโภคทั้งในแง่การซื้อ การเสพสื่อ และการใช้งานสินค้า รวมถึงเทรนด์ กระแสความสนใจ และคอมมูนิตี้ที่ผู้บริโภคเลือกมีส่วนร่วม 

ซึ่งหัวใจสำคัญของขั้นตอนนี้ไม่ได้อยู่ที่การมีข้อมูลเยอะ แต่คือการวิเคราะห์ให้ลึก เพื่อดึงเอาอินไซต์จริง ๆ และช่องว่างนำมาหาโอกาสในการเข้าถึงผู้บริโภคต่อไป

การค้นหาและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก

  1. Social Listening ที่มากกว่าการนับ Mention
    นักการตลาดต้องวิเคราะห์บริบท น้ำเสียง และอารมณ์ของการสนทนา เพื่อเข้าใจว่าผู้บริโภครู้สึกอย่างไร ไม่ใช่แค่พูดถึงอะไร
  2. Competitor Movement & Media Analysis
    มองการขยับของคู่แข่งในเชิงกลยุทธ์ ไม่ใช่แค่ดูว่าใครทำอะไร แต่ดูว่าทำไปเพื่ออะไร และยังมีช่องว่างตรงไหนที่แบรนด์สามารถเข้าไปเติมเต็มความต้องการได้บ้าง
  3. Customer Behavior ที่เชื่อมโยงกับชีวิตจริง
    เชื่อมข้อมูลการซื้อ การใช้งาน และการใช้โซเชียลมีเดีย เข้ากับบริบทการใช้ชีวิต เพื่อค้นหาเหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจที่แท้จริง
  4. Social Trends, Values, Interests และ Communities
    วิเคราะห์เทรนด์ในเชิงคุณค่า และความเชื่อ เพื่อเข้าใจว่าผู้บริโภคกำลังเลือกยืนอยู่ฝั่งไหน และคาดหวังอะไรจากแบรนด์ในระยะยาว

3. AI Analysis สมองที่ช่วยคิดอย่างเป็นระบบ

AI เปรียบเสมือนสมองของกระบวนการทั้งหมด ทำหน้าที่ประมวลผลข้อมูลจำนวนมหาศาลที่ถูกรวบรวมมาในขั้นก่อนหน้า ให้กลายเป็น Insight ที่มีโครงสร้าง และพร้อมนำไปใช้งานจริง ในบริบทของกลยุทธ์ทางการตลาดดิจิทัล AI เข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยให้นักการตลาดมองเห็นภาพรวมได้เร็วขึ้น กว้างขึ้น และเป็นระบบมากขึ้น

บทบาทของ AI Analysis

  1. วิเคราะห์ Pattern ที่คนอาจมองข้าม
    เชื่อมโยงข้อมูลจากหลายแหล่งเพื่อค้นหาแนวโน้ม พฤติกรรมซ้ำ และความสัมพันธ์ที่ซ่อนอยู่ ซึ่งอาจไม่สามารถมองเห็นได้จากการวิเคราะห์แบบแยกส่วน
  2. คัด Insight ที่มีศักยภาพในการนำไปใช้จริง
    กรองข้อมูลจำนวนมากให้เหลือเฉพาะ Insight ที่มีผลต่อการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ ไม่ใช่แค่เลือก Insight ที่ดูน่าสนใจแต่ไม่สามารถต่อยอดได้
  3. ลด Bias จากการตีความแบบเดิม ๆ
    ช่วยตั้งคำถามใหม่ และท้าทายสมมติฐานเดิมของทีม เพื่อเปิดมุมมองที่หลากหลาย และลดการยึดติดกับประสบการณ์หรือความเคยชินในอดีต
  4. ด้วยบทบาทนี้ AI จึงไม่ใช่แค่เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูล แต่เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยยกระดับการคิดเชิงกลยุทธ์ ทำให้การตลาดดิจิทัลสามารถขับเคลื่อนได้อย่างแม่นยำ โดยยังคงให้มนุษย์เป็นผู้กำหนดทิศทาง และตัดสินใจในจุดที่สำคัญที่สุด

4. Human-Centric Storytelling จุดเปลี่ยนจากข้อมูลสู่ความรู้สึก

หลังจากได้ Insight ที่ผ่านการวิเคราะห์จาก AI แล้ว ขั้นตอนถัดไปที่สำคัญที่สุดคือ การโฟกัสที่ Human-Centric Storytelling เพราะแม้ Insight จะถูกต้อง และแม่นยำเพียงใด แต่ถ้าไม่ถูกเล่าในรูปแบบที่มนุษย์เข้าใจ และรู้สึกได้ ก็ไม่สามารถสร้างการเชื่อมโยงกับผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง ขั้นตอนนี้จึงเป็นบทบาทของทีมในการตีความข้อมูลให้กลายเป็นเรื่องราว กลยุทธ์ และแนวคิดการสื่อสารที่สะท้อนชีวิตจริงของผู้บริโภค ไม่ใช่แค่ตอบโจทย์ทางการตลาด แต่ตอบโจทย์ทางอารมณ์และความรู้สึกได้

Human-Centric Storytelling มุ่งเน้นไปที่…

  1. การแปล Insight ให้เป็นเรื่องราวที่คนเข้าใจได้ทันที
    เปลี่ยนข้อมูล และพฤติกรรมให้กลายเป็น Narrative ที่เชื่อมโยงกับประสบการณ์จริงของผู้บริโภค
  2. การสื่อสารบนพื้นฐานของอารมณ์และบริบทชีวิต
    ไม่ใช่แค่บอกว่าควรซื้ออะไร แต่เข้าใจว่าผู้บริโภคกำลังอยู่ในช่วงไหนของชีวิต และรู้สึกอย่างไร
  3. การสร้างความหมาย มากกว่าการอธิบายคุณสมบัติ
    ทำให้แบรนด์ไม่ได้เป็นเพียงผู้ขายสินค้า แต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต และการตัดสินใจของผู้บริโภค
  4. การรักษาแก่นกลยุทธ์ให้สอดคล้องในทุกการเล่าเรื่อง
    แม้รูปแบบคอนเทนต์จะเปลี่ยนไปตามกลุ่มเป้าหมาย แต่ข้อมูลหลัก และจุดยืนของแบรนด์ยังคงต้องชัดเจน

Human-Centric Storytelling จึงเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้การตลาดดิจิทัลไม่หยุดอยู่แค่การสื่อสารข้อมูล แต่สามารถสร้างความผูกพัน ความเชื่อใจ และความสัมพันธ์ระยะยาวระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง

5. Insight เดียว แต่ต้องเล่าสู่คนฟังที่หลากหลาย

เมื่อได้กลยุทธ์ และเรื่องเล่าที่ชัดเจนแล้ว ขั้นตอนถัดมาคือ การนำไปทำ Content (Personalize) ซึ่งเป็นการเปลี่ยนกลยุทธ์ให้กลายเป็นประสบการณ์การสื่อสารที่ผู้บริโภครับรู้ได้จริง ซึ่งคอนเทนต์ไม่ใช่แค่ 1 ชิ้นงาน แต่เป็นเครื่องมือในการเชื่อมโยงแบรนด์กับผู้บริโภคแต่ละกลุ่มอย่างมีความหมาย เพราะแม้ Insight จะมาจากแก่นเดียวกัน แต่ผู้บริโภคแต่ละกลุ่มมีบริบท ความต้องการ และเหตุผลในการเชื่อไม่เหมือนกัน

แนวคิดของ Personalized Content

  1. Insight เดียว เล่าได้หลายมุมมอง
    ปรับมุมมอง วิธีเล่า และน้ำเสียงให้เหมาะกับแต่ละ Target Segment โดยไม่ทำให้สารหลักของแบรนด์บิดเบือน
  2. สื่อสารกับ “เขา” ไม่ใช่ สื่อสาร “ใส่เขา”
    ออกแบบคอนเทนต์จากมุมมองของผู้บริโภค ไม่ใช่มุมมองของแบรนด์เพียงฝ่ายเดียว
  3. เลือก Format ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมจริง
    ไม่ใช่ทุกกลุ่มจะอินกับคอนเทนต์แบบเดียวกัน การเลือก Format จึงต้องอิงจากพฤติกรรมการเสพสื่อจริง เช่น การใช้ VDO Format บนช่อง TikTok
  4. รักษาความสม่ำเสมอของแบรนด์ในทุก Touchpoint
    แม้คอนเทนต์จะหลากหลาย แต่ภาพลักษณ์ และตัวตนของแบรนด์ต้องชัดเจน และเชื่อมโยงกันเสมอ

เรียกได้ว่า Personalized Content เป็นจุดที่จะทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่าแบรนด์กำลังสื่อสารกับเขาโดยตรง ไม่ใช่พูดกับทุกคนพร้อมกัน

6. Media ทำให้กลยุทธ์เกิดผลจริงในโลกดิจิทัล

ขั้นสุดท้ายของ Strategic Marketing Flow คือ การใช้ Media ซึ่งทำหน้าที่นำคอนเทนต์ และกลยุทธ์ทั้งหมดไปสู่การสร้างผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งการเลือก Media ไม่ได้เริ่มจากคำถามว่า “ช่องทางไหนถูกที่สุด” แต่เริ่มจากคำถามว่า “ช่องทางไหนเหมาะที่สุด” กับทั้ง Message และ พฤติกรรมการเสพสื่อของผู้บริโภค

Media ต้องยิงให้ตรง ไม่ใช่ยิงให้ดัง

  1. เลือก Media จาก Insight และพฤติกรรมการใช้สื่อจริง
  2. เชื่อม Message ให้เหมาะกับช่วงเวลา และบริบทของผู้บริโภค
  3. เพิ่มประสิทธิภาพของงบประมาณการตลาด

เมื่อไหร่ที่ Media ถูกเลือกอย่างแม่นยำ และ AI ถูกใช้เพื่อเสริมศักยภาพการทำงาน กลยุทธ์ทางการตลาดดิจิทัลจะไม่หยุดอยู่แค่แนวคิด แต่จะสามารถสร้าง Impact ที่วัดผลได้จริง ทั้งในเชิงธุรกิจ และความสัมพันธ์กับผู้บริโภคในระยะยาว

เรียกได้ว่า Strategic Marketing Flow นี้ สะท้อนภาพของการตลาดดิจิทัลในบริบทปัจจุบันได้อย่างชัดเจนว่า ความสำเร็จไม่ได้เกิดจากการมีเครื่องมือมากที่สุด หรือการใช้เทคโนโลยีล้ำหน้าที่สุด แต่เกิดจากการออกแบบกระบวนการทำงานที่เชื่อมโยง Data, AI และ Human Insight เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การตั้งต้นด้วย 3C การค้นหาข้อมูลเชิงลึกเพื่อเอา Insight ออกมา ตลอดจนการใช้ AI วิเคราะห์อย่างมีประสิทธิภาพ การแปล Insight ให้เป็นเรื่องราวที่มนุษย์รู้สึกได้ ไปจนถึงการสื่อสารผ่านคอนเทนต์ และสื่อที่เหมาะสมในแต่ละช่วงเวลา

ท้ายที่สุดแล้ว การตลาดดิจิทัลที่ยั่งยืน ไม่ได้วัดผลแค่ยอด Reach หรือ Conversion ในระยะสั้น แต่คือการสร้างความผูกพัน ความเชื่อใจ และความสัมพันธ์ระยะยาวระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค และนี่คือหัวใจของแนวคิด From Data to Human Connection ที่ทำให้การตลาดไม่ใช่แค่การสื่อสาร แต่เป็นการสร้างความหมายร่วมกันระหว่างแบรนด์ และผู้คนอย่างยั่งยืน

หากคุณอ่านมาถึงตรงนี้ จะเห็นได้ชัดเลยว่า การตลาดดิจิทัลยุคใหม่ ไม่ใช่แค่เรื่อง Data, AI หรือเครื่องมือ แต่คือการ “ออกแบบประสบการณ์” ให้แบรนด์เข้าไปอยู่ในชีวิตผู้คนอย่างแท้จริง

ที่ The Platform เอง เราทำงานในบทบาทของ Partner ที่ช่วยให้แบรนด์ และองค์กรนำ Data และเทคโนโลยี มาเปลี่ยนให้กลายเป็นกลยุทธ์ เพื่อการสื่อสารที่ผู้บริโภคเข้าใจได้จริง เราเชื่อว่าความท้าทายของการตลาดดิจิทัลในวันนี้ ไม่ได้อยู่ที่การมีเครื่องมือครบที่สุด แต่อยู่ที่การตั้งคำถามให้ถูก และเชื่อมโยง Insight ของคนเข้ากับการตัดสินใจทางธุรกิจอย่างมีทิศทาง เราจึงทำงานร่วมกับทีมลูกค้าอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่การวางกลยุทธ์ การออกแบบคอนเทนต์ ไปจนถึงการใช้ Data และ AI เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืน ทุกแคมเปญของเราจะไม่ใช่แค่ผลงานที่ดูดี แต่ต้องเป็นการสร้างแบรนด์ให้เติบโตอย่างน่าจดจำ และยั่งยืนในระยะยาว



ปรึกษาแนวคิดการตลาดดิจิทัล และแคมเปญใหม่กับ The Platform ได้ก่อนใครที่

📞 021160990

👉 สนใจสั่งซื้อหนังสือ Building Tomorrow’s Brand 

เขียนโดย ดร. ปอยหลวง โคนทรงแสน 

คลิกดูรายละเอียดได้ที่นี่

Shopping Basket